เจาะลึกจากนักจิตวิทยา: โคโรน่าไวรัสกระทบสุขภาพจิตอย่างไร

by Virgin Active on Friday 10 April 2020

ขอขอบคุณข้อมูลจากนิตยสาร Men’s Health.

บทความนี้รวบรวมคำตอบตรงประเด็นจากนักจิตวิทยาเพื่อช่วยให้คุณดูแลจิตใจตัวเองได้ในวิกฤตโควิด-19

ช่วงเวลานี้นอกจากความกังวลเรื่องความปลอดภัยของสุขภาพกายแล้ว คนมากมายต้องเผชิญความเครียดสะสม รู้สึกผิด และวิตกเพราะสถานการณ์คาดเดาไม่ได้ ที่แย่กว่าก็คือเรายังต้องพูดคุยกันแต่ก็ต้องเว้นระยะห่าง บรรยากาศที่บ้านคือกลับมาอยู่กับคนใกล้ชิดแบบห่างเหิน ต่างคนต่างเปิดแล็ปท็อปหรือไม่ก็ดูทีวีแก้เซ็ง การพักผ่อนแบบนี้อาจช่วยให้ผ่อนคลายได้บ้างแต่อาจจะไม่พอ

เราจึงรวบรวมคำตอบเกี่ยวกับผลกระทบของโคโรน่าไวรัสจาก Rich Dorment บรรณาธิการของ Men’s Health ซึ่งได้จับเข่าคุยกับ Dr. Mary McNaughton-Cassill นักจิตวิทยาและศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส ซาน แอนโทนีโอ ครอบคลุมประเด็นตั้งแต่ประสิทธิภาพการทำงาน ความเครียดสะสม ไปจนถึงความตื่นตระหนก น่าจะไขข้อข้องใจของใครหลายๆ คนได้ดีทีเดียว 

เว้นระยะห่างทางสังคมอย่างไรให้ไม่กระทบประสิทธิภาพการทำงาน

พนักงานออฟฟิศที่รู้สึกว่าบรรยากาศคนเยอะๆ ช่วยให้มีสมาธิมักจะมองว่าทำงานที่บ้านยาก ปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยการนำเทคโนโลยีมาเสริม อย่างแรกเลยต้องตั้งเป้าหมายกับตัวเองและกับเพื่อนร่วมงาน หาวิธีให้ได้คุยกันบ่อยๆ ลองจัดตารางทำงานที่บ้าน ควรกำหนดเดดไลน์ร่วมกับเพื่อนร่วมงานเพื่อกระตุ้นตัวเอง ทางที่ดีควรแบ่งเวลาไว้ติดตามงาน อาจเป็นการพูดคุยสัพเพเหระช่วงพักเที่ยงและสอบถามความคืบหน้าเรื่องงาน  

สร้างพื้นที่ส่วนตัวอย่างไรเมื่อต้องทำงานที่บ้านกับรูมเมทหรือคนรัก

กำลังใจจากคนรอบข้างนั้นสำคัญมากกับสุขภาพจิตของคนเราแต่อยู่ใกล้กันมากไปก็ทำให้หงุดหงิดได้ ความคุ้นชินอาจทำให้เรามองข้ามบางอย่างและอาจสั่งสมความไม่พอใจจนเรื่องเล็กบานปลายเป็นเรื่องใหญ่

ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการสร้างข้อตกลงร่วมกันในการใช้พื้นที่และใช้เสียง ถ้าจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ ทุกคนก็จะใช้ชีวิตได้เต็มที่ทั้งทำงาน ออกกำลังกาย และพักผ่อน อาจลองตกลงกันเรื่องทำกับข้าว กินข้าวด้วยกัน และผลัดกันทำงานบ้าน ถ้าครอบครัวไหนมีลูก ควรจัดตารางให้ลูกทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ทำการบ้าน  เล่น หรืออยู่เงียบๆ ที่สำคัญคืออย่าลืมจัดเวลาให้ตัวเองด้วย

รุ่นใหญ่ใจต้องนิ่ง

เมื่อสถานการณ์ชวนเครียดแบบนี้ย่อมไม่ดีแน่ถ้าคุณจะเอาปัญหาหรือความกังวลไปลงที่ลูก แน่นอนว่าลูกต้องสัมผัสได้ว่าสถานการณ์ผิดปกติ เด็กสมัยนี้ติดต่อกับเพื่อนที่โรงเรียนตลอดเวลา แต่ละคนก็ย่อมจะเล่าให้เพื่อนฟังว่าชีวิตประจำวันเปลี่ยนไป ทางที่ดีคุณพ่อคุณแม่ต้องป้อนข่าวสารที่เหมาะกับวัยและหมั่นสอบถามความรู้สึกของลูก

หากคุณพ่อคุณแม่เองกังวลใจ ให้บอกลูกว่ากำลังพยายามแก้ปัญหาและอาจขอความช่วยเหลือจากลูกตามกำลัง ทำแบบนี้จะช่วยสร้างความสามัคคีภายในบ้านได้ด้วย แนะนำหนังสือ Cool Cats, Calm Kids ของแมรี่ วิลเลียมส์ เล่มนี้มีเคล็ดลับมากมายที่จะช่วยให้เด็กๆ ผ่อนคลายและหายเครียด

เชื่อมถึงกันอย่างปลอดภัย 

เมื่อต้องเปลี่ยนมาส่งข้อความ อีเมล และโทรศัพท์หาคนที่เราอยากติดต่อด้วย อาจมีการตั้งเป้าหมายร่วมกันกับเพื่อน เช่น ออกกำลัง นั่งสมาธิ ฯลฯ หมั่นถามสารทุกข์สุกดิบ อาจลองแบ่งปันเมนูเด็ด แบ่งไอเดียงานฝีมือสวยๆ ส่งเพลงส่งหนังดีๆ ให้เพื่อน หากสังเกตว่าตัวเองไม่อยากสุงสิงกับใครและเริ่มมีอาการซึมเศร้าให้ปรึกษาเพื่อนที่ไว้ใจ เหนือสิ่งอื่นใดคุณต้องเข้าใจว่าวิกฤตนี้ย่อมผ่านไป ถ้าเข้าใจสัจธรรมก็จะป้องกันอาการจิตตกได้ชั้นหนึ่ง

หากคุณหงุดหงิดพวกไม่รับผิดชอบต่อสังคมที่ยังคงเที่ยวเตร่

แต่ละคนมีวิธีจัดการกับความเครียดต่างกัน บางคนพยายามใช้ชีวิตให้ปกติที่สุดจนไม่ยอมรับรู้ความอันตรายของโรค บางคนเอาพลังความกังวลไปแก้ปัญหาไวรัส เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงตลอดและกฎหมายอาจเข้มงวดขึ้นในวันข้างหน้า ท้ายที่สุดคนเหล่านั้นก็ต้องปรับตัว หากคุณดูแลตัวเองได้ดีก็ถือว่าช่วยสังคมได้มากแล้ว

เลิกรู้สึกผิดเมื่อต้องไปธุระในที่ที่คนเยอะๆ

ช่วงที่โรคยังคงระบาดโดยที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ไปตรวจ เราอาจดูไม่ออกว่าใครมีเชื้อไวรัสหรือไม่ แม้ยังไม่รู้แน่ชัดว่าโรคนี้ติดต่อกันได้อย่างไร สิ่งที่ทำได้คือดูแลความสะอาดอยู่ตลอดเวลาและรักษาระยะห่างกับคนรอบข้างโดยสังเกตว่า 80% ของคนที่เป็นโรคนี้มักมีอาการไม่รุนแรง ข้อหนึ่งที่จะช่วยได้มากคือต้องออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น ออกกำลังกายบ่อยๆ และดูแลตัวเองให้ดี หากปล่อยปละละเลยก็จะเสี่ยงป่วยทั้งทางกายและทางใจทำให้คนรอบข้างเป็นกังวลไปอีก

ปรับชีวิตประจำวันวันนี้ เพื่ออนาคตที่ปลอดภัย

ในเมื่อวิกฤตนี้ไม่เคยเกิดขึ้นโลกจึงตกอยู่ในช่วงที่คาดเดายาก หากคุณรู้สึกว่าต้องปรับตัวเยอะให้คิดทบทวนว่าทำอะไรแล้วคุณมีความสุข เช่น ถ้าออกไปดูกีฬาแล้วสนุก เป็นไปได้ว่าคุณชอบเข้าสังคม อาจลองกินข้าวที่บ้านทางวีดีโอคอลกับเพื่อนๆ ให้แต่ละคนทำอาหารของตัวเอง หรือดูหนังดูทีวีพร้อมกันแล้วคุยกันไปด้วย ถ้ามีเวลาลองค้นกิจกรรมที่เคยทำตอนเด็กๆ เช่น เล่นเกม ดูคอนเสิร์ตเก่าๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยฟื้นฟูจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส   

ตื่นตัวแต่ไม่ตื่นตูม

ข้อแรกคือคุณต้องรู้เท่าทันสื่อ ลองค้นว่าใครเป็นผู้ผลิตสื่อที่คุณอ่าน มีจุดประสงค์แอบแฝงไหมและสื่อนี้มีเป้าหมายเป็นใคร ข้อสองคือให้ถือเหตุผลเหนืออารมณ์ ระยะนี้ผู้คนมักตื่นกลัวจนวิตกกังวลเกินเหตุ บ้างก็คิดลบจนเสียกำลังใจ คิดลบมากเข้าอาจนำไปสู่อาการซึมเศร้า ความโกรธ และอารมณ์ลบอื่นๆ คุณต้องฝึกความคิดให้มองโลกอย่างกว้างๆ และคิดช่วยเหลือคนอื่น หากคิดได้แบบนี้ความคิดลบก็จะหายไป

ข้อสาม หากรู้สึกจิตตกให้พยายามทำความเข้าใจตัวเองให้มากที่สุด มีหนังสือมากมายในท้องตลาดที่คุณสามารค้นคว้า ทั้งเรื่องการปรับตัว การตัดสินใจ การทำความเข้าใจความเครียด สิ่งเหล่านี้เมื่อก่อนคุณอาจไม่เคยมีเวลาศึกษาอย่างถ่องแท้ นี่คือโอกาสที่อยู่ในวิกฤตซึ่งจะช่วยให้คุณรักษาสมดุลของสุขภาพจิตได้ 

ออกกำลังกายออนไลน์แบบ on-demand เพื่อสุขภาพกายและจิต

เดือนนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการสำรวจวิธีต่างๆ เพื่อออกกำลังกายจากบ้านของคุณเอง ในระหว่างที่เราไม่ได้มีโอกาสเจอกันที่คลับโค้ชของเราอยากให้คุณแอ็คทีฟอยู่เสมอกับการออกกำลังกายที่บ้านผ่าน on-demand video ที่ทำขึ้นมาจากทีมงาน เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ทั่วโลก เพื่อให้คุณขยับร่างกายและได้ลองออกกำลังกายแบบใหม่ๆ อย่างง่ายๆ ในเวลาที่คุณเลือกได้เอง ทุกที่ ทุกเวลา

สำหรับสมาชิกของ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ทุกคน สามารถเข้าไปที่ MyLocker กดที่ออกกำลังกายออนไลน์ เพื่อเริ่มออกกำลังกายได้ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น โยคะ พิลาทิส กริดเทรนนิ่ง (HIIT) หรือประสบการณ์ออกกำลังกายอื่นๆ มีให้คุณเล่นทุกวันและโปรดติดตามเพจของเราเพราะเราจะอัพเดทประสบการณ์ออกกำลังกายใหม่ๆ ส่งตรงถึงคุณอยู่เรื่อยๆ อีกทั้งคุณยังสามารถเติมเสียงเพลงเพื่อยกระดับความมันส์ได้อีกขั้น หากคุณไม่แน่ใจเราแนะนำ playlist สนุกๆ มาให้คุณเลือกเรียบร้อยแล้ว 

สุดท้ายนี้เราเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันถ้าคุณมีคำถามเรื่องการออกกำลังกายแบบ on-demand ที่เหมาะกับตัวคุณ เชิญแชทกับแอดมินเพื่อข้อมูลสุขภาพดีๆ เพิ่มเติมได้เลย


สมัครรับบทความที่น่าสนใจจากเรา

เพียงกรอกอีเมล์ของคุณเพื่อรับเทคนิคการออกกำลังกายเรื่องล่าสุดส่งตรงถึงอีเมล์คุณ


เรื่องใหม่ล่าสุด


Crunch Article Thumbnail22 June 2020

Experience

Social distancing อยู่บ้านน้ำหนักลด แต่หุ่นยังเหมือนเดิม

ออกกำลังกายมาก็นาน แต่ทำไมยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง? จนเกิดอาการท้อ ละทิ้งเป้าหมาย เอวเอสแบบเอสี่ หรือ กล้ามท้องซิกแพ็คแรกที่ตั้งใจไปซะงั้น

Crunch Article Thumbnail23 April 2020

Expertise

เพิ่มประสิทธิภาพภูมิคุ้มกันเพื่อต้านภัย Covid-19

คุณคงไม่สามารถควบคุมหรือป้องกันได้ 100% ว่าคุณเป็นไข้หวัดใหญ่หรือติดเชื้อ COVID-19

Crunch Article Thumbnail25 June 2020

Lifestyle

บุคลิกดีขึ้นใน 3 สัปดาห์ Reformer Pilates

“บุคลิกดี ทำอะไรก็น่ามอง” ประโยคนี้ดูไม่ใช่เรื่องที่เกินจริงเลยใช่ไหมคะ เพราะเวลาที่เรามองไปรอบตัวแล้วเจอคนที่บุคลิกดีมาก ๆ ทำอะไรสักอย่าง เราก็ไม่อยากละสายตาจากพวกเขา