6 วิธีสร้างสมดุลให้ชีวิต

โดย เจมมี่ เคนเนดี้ วันที่ พฤหัสบดี 30 พฤษภาคม 2019

3 นาที่ที่อ่าน

ความสมดุลเป็นเรื่องที่สวยงาม ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ หรือคุณสมบัติต่างๆ นานาที่ทำให้คุณเป็นคุณ เราทุกคนต่างต้องการสิ่งเดียวกันคือเราเสาะหาความสมดุล

ไม่มีอะไรที่จะมาโต้แย้งได้เลยว่าการเสียสมดุลเป็นเรื่องที่ก่อให้เกินความเครียดมากที่สุดสำหรับมนุษย์ ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับการกิน ฮอร์โมน หรืออะไรก็ตามที่ไม่พอดี จิตใจและร่างกายจะเริ่มต่อสู้การเสียสมดุลด้วยความเครียด ซึ่งจะนำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บ อาการบาดเจ็บ และความเจ็บป่วยทางอารมณ์

ถ้าหากเราพยายามหาสมดุลให้เราเอง ทำไมเราไม่พยายามใช้ชีวิตให้สมดุลล่ะ การที่เราตระหนักถึงความไม่สมดุลคือกุญแจไปสู่ความสมดุล แต่การอยู่ในยุคใหม่ เราอาจจะไม่สามารถเชื่อมโยงถึงการตระหนักรู้ของเรา การที่เราสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายๆ การถูกรบกวนโดยเครื่องมือต่างๆ ที่มีตลอดเวลา ความยุ่งเหยิงและวุ่นวายที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ต่างทำให้เราหลุดไปจากการตระหนักรู้

เมื่อเราเล็งเห็นถึงความไม่สมดุลบางอย่าง เราจะพยายามแก้ปัญหานั้นๆ ทันที ถึงแม้เราจะสามารถแก้ปัญหานั้นได้เพียงแค่ชั่วคราว แค่ความไม่สมดุลนั้นยังคงอยู่ ยังคงเป็นต้นเหตุของความเครียดและเราก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นสักเท่าไหร่

ต่อไปนี้คือ 6 วิธีที่เราจะมาตระหนักรู้ถึงความไม่สมดุลและนำไปสู่การสร้างความสมดุลที่เราต้องการ

1. ใช้เวลากับตัวเองทุกวัน

มีหลายเหตุผลเหลือเกินที่เราจะโดยรบกวนและทำให้เรายุ่งตลอดเวลา เชื่อเถอะ เราทุกคนรู้ว่าเราทุกคนยุ่งแค่ไหน เพราะเราทุกคนก็ยุ่งกันทั้งนั้น แต่นี่คือวิธีง่ายๆ ที่เราจะต้องหาเวลาในแต่ละวัน ใส่ไว้ในปฏิทินของคุณ ตั้งเวลาเอาไว้ และพยายามให้ความสำคัญกับคุณก่อน

เก็บโทรศัพท์มือถือของคุณไว้ที่ห้องอื่น ขอให้สามีหรือภรรยาของคุณหรือเพื่อนที่คุณไว้ใจได้มาดูแลลูกๆ ของคุณสัก 15 นาที และหาสถานที่สงบและเงียบ ไม่ให้มีเครื่องมืออะไรก็ตามอยู่ใกล้คุณ หลับตา ผ่อนคลาย หายใจลึกๆ


2. กระตือรือร้นมากกว่าเดิมในทุกๆ วัน

โต๊ะหรือโซฟาที่แสนสบายมักจะน่านั่งเสมอๆ ไม่ใช่แค่คุณที่รู้สึกแบบนั้น เราทุกคนก็เช่นกัน เชื่อเราเถอะว่าเมื่อคุณเพิ่มการเคลื่อนไหวให้มากขึ้นในตารางเวลาของคุณคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ หรือมากเลยก็ได้กับอารมณ์ของคุณ ออกไปเดินเล่นถ้าหากคุณต้องการพัก เพิ่มการออกกำลังกายสัก 2 สัปดาห์ในตารางเวลาที่คุณมี เดินขึ้นบันไดแทนที่จะใช้ลิฟต์ การทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จะทำให้เกิดผลที่ใหญ่กับคุณ 

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ใช่แค่เพียงทางร่างกายแต่ทางใจด้วย ถ้าหากคุณกลับไปนั่งพักบนเก้าอี้แสนสบายหรือโซฟาที่คุณชอบหลังจากได้ทำสิ่งต่างๆ ที่กล่าวไปแล้ว คุณจะไม่รู้สึกแย่ คุณจะไม่รู้สึกผิดที่จะพักบนโซฟาดูดวิญญาณของคุณหลังจากที่คุณเหนื่อยมาทั้งวันถ้าคุณทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้นไปพร้อมๆ กับตารางที่อัดแน่นของคุณ เนื่องจากุคุณสมควรได้พัก

 

3. ซื้อเค้กที่คุณชอบและกินมันด้วยล่ะ

เค้กแสนอร่อย คุณไม่ต้องนับแคลอรี่ที่คุณกินไปหรือรู้สึกผิดกับการกินเค้กแสนอร่อย เพราะว่าคุณเปรียบเทียบตัวเองกับคุณคนเก่า ทุกคนที่คุณเห็นต่างก็ต่อสู้กับสมรภูมิที่แต่ละคนมี การกินไอศกรีมทั้งอ่างอาจจะไม่ทำให้คุณอ้วนขึ้นมากเท่าไหร่เช่นเดียวกับการกินแครอทก็ไม่ทำให้คุณมีซิคแพ็กทันทีทันใด ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการกินอย่างมีประสิทธิภาพ ให้เราเขียนอาหารและเครื่องดื่มที่เราชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีม แชมเปญ ผลไม้พวกเบอร์รี่ เบอร์เกอร์ มิ้ลค์เชก ของทอด ผักต่างๆ ใช่อาจจะแปลกแต่บางคนอาจจะชอบผักก็ได้ ให้เราเขียนสิ่งต่างๆ ที่เราชอบกินลงไป  

ถ้าคุณชอบแชมเปญ แบ่งกันดื่มกับเพื่อนของคุณซิถ้าคุณอยากไปฉลองด้วยกันในวันศุกร์แต่อย่าลืมจะไปออกกำลังกายบนเครื่องรีฟอร์เมอร์ พิลาทีสในคลาสที่คุณชอบไปทุกๆ วันเสาร์ด้วยล่ะ 

ลองทำดูแล้วสังเกตว่าร่างกายและจิตใจของคุณเป็นอย่างไร คุณจะรู้สึกโอเคกับสิ่งที่ทำไปไหมหลังจากสัปดาห์ที่แล้ว ถ้าใช่คุณก็มาสู่จุดที่ถูกต้องแล้ว


4. หลับแบบที่จะไม่มีพรุ่งนี้

การนอนเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เราสร้างสมดุลกับชีวิต การถูกรบกวนด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือการที่เราสามารถเข้าถึงความบันเทิงไแบบไม่จำกัดได้ตลอดเวลา การนอนอาจเป็นสิ่งที่เราต้องการทำอย่างสุดท้าย แต่เราทุกคนรู้ว่ามันคือสิ่งสำคัญมาก ตามการศึกษาของสถาบันวิจับการนอนหลับ ผู้ใหญ่ช่วงอายุระหว่าง 18 - มากกว่า 65 ปี ควรนอนอย่างน้อย 7 ชั่วโใมงบางครั้งเราควนนอนให้ได้ถึง 9 ชั่วโมงต่อเนื่องจนถึงอายุ 64 ปีด้วยซ้ำ

พยายามปิดเครื่องมือต่างๆ ที่คุณมีประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เล่นดนตรีที่เบาๆ สบายๆ หรี่ไฟลง ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้สมองหลั่งสารเมลาโทนินออกมา ให้คุณยืดเส้นยืดสายเบาๆ หรืออ่านหนังสือ

ที่สำคัญที่สุด ให้คุณรู้สึกยินดีกับตัวเองที่คุณนอนได้ตามจำนวนชั่วโมงที่แนะนำไว้ เมื่อคุณตื่นขึ้นมาตอนเช้าและคุณรู้สึกถึงการนอนอย่างเพียงพอ คุณจะรู้สึกว่าการนอนเร็วขึ้นเป็นเรื่องดี คุณจะพยายามหาจุดสมดุลนี้และนั่นคือสิ่งที่ดี


5. ยิ้มให้มากขึ้น

ใช่ มันคือเรื่องจริง จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการแสดงออกทางสีหน้ามีผลกระทบต่ออารมณ์ความรู้สึก การยิ้มทำให้เรามีความสุขมากขึ้น และหน้าที่บึ้งตึงก็ทำให้เราเศร้ากว่าเดิมได้Y

กลัวว่าจะเหมือนคนโง่ที่ยิ้มตลอดเวลาไหม เราก็เป็นเหมือนกันทุกคน แต่เราอยากให้คุณลองยิ้มเวลาที่คุณอยู่ที่บ้านคนเดียวหรือเวลาที่คุณอาบน้ำ จะดีกว่านั้นคือให้คุณอยู่กับคนที่สามารถทำให้คุณยิ่มได้ หาเพื่อนที่ตลกและทำให้คุณหัวเราะได้ซิ ดูรายการตลกหรือลองเข้าคลาสออกกำลังกายที่คุณไม่เคยเข้า ไปเรียนรู้อะไรใหม่ๆ และทำอะไรตลกๆ กัน คุณจะยิ้มมากขึ้นแบบที่คุณไม่รู้ตัว! 


6. เริ่มปลูกต้นรัก

ในชีวิตวิถีใหม่ เป็นเรื่องง่ายที่เราจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ด้วยการเจอคนออนไลน์มากกว่าการเจอแบบต่อหน้า ให้เราลองมาปลูกต้นรักหรือเริ่มต้นเรียนรู้กันและกันแบบที่เจอหน้ากันดีกว่า  

ปิดเครื่องมือถือของคุณเมื่อคุณออกไปทานอาหารเย็นกับเพื่อนๆ อาจจะไม่ต้องถึงขั้นปิดเครื่อง แต่อย่างน้อยก็เก็บไว้หรือปิดเสียง หรือจะปิดแค่การแจ้งเตือนก็ยังดี แล้วเอาเวลาทั้งหมดมาใส่ใจกับการสนทนากัน

จองคลาสออกกำลังที่ทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้น เข้ายิมและลองเข้าคลาสปั่นจักรยานดู ในคลาสนี้เราจะช่วยให้คุณเติมเต็มจิตวิญญาณและเสียเหงื่อไปพร้อมๆ กันกับคนที่มีความชื่นชอบแบบเดียวกับตุณ ลองเข้าร่วมกิจกรรมอย่างจิบไวน์ไปกับการวาดรูป หรือเข้าคลาสทำอาหารเพื่อเรียนรู้การทำพาสต้าที่คุณชื่นชอบ คุณอาจจะพบคนที่ใช่และค้นพบความสนใจที่นำคุณทั้งสองคนไปสู่ความสัมพันธ์ที่เติมเต็มกันและกัน ซึ่งสิ่งนั้นจะนำไปสู่ชืวิตที่สมดุล

บทสรุปทั้งหมด

เมื่อคุณใช้ทั้ง 6 วิธีที่เรากล่าวไปเพื่อมีความตระหนักรู้ในตัวคุณ คุณเริ่มที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่มีซึ่งจะนำไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง การทำสิ่งเหล่านั้นจะทำให้คุณสร้างสมดุลในการออกกำลังกายและการมีวิถีชีวิตที่สมดุล ถ้าคุณอยากรู้มาขึ้นเกี่ยวกับคลาสของเรา จองทัวร์เข้ามาเยี่ยมชมคลับกับเราได้วันนี้ ให้เราช่วยคุณสร้างโปรแกรมที่จะเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายและไปสู่เป้าหมายนั้นด้วยกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูแลสุขภาพ

4 นาที่ที่อ่าน

ออกกำลังกายออนไลน์กับเวอร์จิ้น แอ็คทีฟ

ขยับเคลื่อนไหว

3 นาที่ที่อ่าน

ประโยชน์เต็มๆ ของการเดินทุกวัน

ผ่อนคลาย

3 นาที่ที่อ่าน

เราควรอาบน้ำเย็นหรือไม่?

ชอบบทความของเรามั้ย?

ลงทะเบียนเพื่อรับการแจ้งทางอีเมลเมื่อมีบทความใหม่